จิตวิทยาของหนี้สินไม่เพียงเกี่ยวข้องกับตัวเลขและงบประมาณเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับความรู้สึกและพฤติกรรมที่ลึกซึ้งในชีวิตประจำวันของเรา การใช้จ่ายที่กระตุ้นอารมณ์เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดการจัดการการเงินที่ไม่เหมาะสมและทำให้เราเข้าสู่วงจรแห่งหนี้ที่ไม่สิ้นสุด
พฤติกรรมการใช้จ่ายของมนุษย์ไม่เคยปราศจากอารมณ์ เช่นเดียวกับวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่า 60% ของการใช้จ่ายอาจมีสาเหตุจากอารมณ์ (Source: National Endowment for Financial Education) เมื่อเรารู้สึกดีใจหรือสุข เรามักจะหวนไปหาสิ่งของที่ทำให้ความรู้สึกนั้นยาวนานขึ้น แต่เมื่อเราเสียใจหรือเครียด การแบ่งทอนการเงินจะเป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดในใจเรา
การใช้จ่ายที่กระตุ้นอารมณ์เป็นวงจรที่ทำให้เกิดนิสัยที่ไม่ดี นักจิตวิทยาแนะนำว่าเราควรใช้วิธีการในการระบุและจัดการอารมณ์ที่ทำให้เกิดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ตัวอย่างเช่น เมื่อต้องเผชิญกับความเครียด ไม่ควรใช้บัตรเครดิตเพื่อคลายเครียด ควรเลือกวิธีอื่น เช่น การนั่งสมาธิหรือออกกำลังกาย
ในกลุ่มวัยรุ่น อายุ 16-25 ปี การใช้โซเชียลมีเดียสามารถส่งผลต่อการใช้จ่ายได้อย่างมาก เพราะพวกเขามักจะถูกกระตุ้นด้วยภาพและข้อมูลจากผู้มีอิทธิพล ส่งผลให้เกิดความต้องการเป็นเจ้าของสินค้าหรือบริการที่ไม่จำเป็น การศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่ากว่า 70% ของวัยรุ่นรู้สึกกดดันที่จะใช้จ่ายตามเทรนด์ในโซเชียลมีเดีย (Source: Pew Research Center)
มาพูดถึงเคสของ “เอมี่” ซึ่งเธอเคยมีหนี้สินกว่า 200,000 บาท เอมี่เริ่มใช้จ่ายเงินเยอะเมื่อเธอรู้สึกไม่พอใจในชีวิต เมื่อเธอมองหารูปลักษณ์ที่ดูดีบนโซเชียลมีเดีย เธอไปซื้อตู้เสื้อผ้าสุดหรู รวมถึงเครื่องสำอางราคาแพง แม้ว่าในความเป็นจริงเธอเป็นคนที่มีความสุขอยู่แล้ว แต่ความกดดันทางอารมณ์ได้สร้างสถานการณ์ให้เธอต้องซื้อมากจนเกิดหนี้สุมอยู่ในตัว
การเข้าใจและระบุอารมณ์ที่มีอยู่ของเราเป็นสิ่งสำคัญ หลายคนหลายครั้งไม่ได้ตระหนักถึงความรู้สึกที่ทำให้พวกเขาใช้จ่ายเงิน ถ้าเราสามารถจดจำอารมณ์เหล่านั้นได้ เราอาจสามารถเพิกเฉยต่อแรงกระตุ้นที่จะใช้เงินในขณะนั้นเพื่อช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นได้ ตัวอย่างเช่น ถ้าเรารู้ว่าเรากำลังรู้สึกโดดเดี่ยว แทนที่จะไปใช้จ่าย เราอาจเลือกจะโทรหาเพื่อนหรือสร้างกิจกรรมกับคนที่เรารัก
ต่อไปนี้คือวิธีการที่อาจช่วยในการจัดการการใช้จ่ายทางอารมณ์:
จะไม่มีเรื่องตลกที่ดีกว่าการเห็นเพื่อนของเรากำลังอยู่ในงานเลี้ยง แล้วสงสัยว่า “ทำไมคุณถึงมีวงเงินระเบิดในบัตรเครดิต” “อ๋อ! เพราะว่ามันอยู่ในมือคุณเสมอ ไม่ใช่ในวิญญาณคุณ!”
การใช้จ่ายทางอารมณ์คือสาเหตุสำคัญหนึ่งที่ทำให้หลายคนตกอยู่ในหนี้สิน หากเราเข้าใจจิตวิทยาที่อยู่เบื้องหลัง อาจจะทำให้เราเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้ การใช้จ่ายไม่ควรเป็นทางออกเพียงอย่างเดียวสำหรับอารมณ์ ความใส่ใจและความสามารถในการระบุอารมณ์ของตนเองเป็น 것이สำคัญมาก เริ่มต้นสร้างนิสัยที่ดีกันเถอะ!
หนึ่งในคำแนะนำที่มีประโยชน์มากมายจากนักจิตวิทยาคือการตั้งเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจนและเข้าถึงได้ ที่ซึ่งเราอาจใช้เวลาในการพิจารณาสิ่งที่เราจะใช้จ่าย โดยจะต้องไม่ใช่เพียงแค่ตามอารมณ์ แต่ในความรับผิดชอบ
เพื่อศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการจัดการการใช้จ่ายที่กระตุ้นอารมณ์ คุณ สามารถอ่านหนังสือ “Money and Emotion” โดย Dr. Olivia S. Parker ที่เจาะลึกเรื่องจิตวิทยาทางการเงินและเรื่องราวอื่นๆ ที่อาจทำให้คุณเข้าใจตัวเองมากขึ้น