การเป็นหนี้อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของเราในทางที่เราไม่เคยคาดคิด ด้วยอารมณ์ที่เชื่อมโยงกันระหว่างสุขภาพจิตกับการจัดการหนี้ กุญแจในการจัดการหนี้อย่างมีประสิทธิภาพอาจอยู่ที่ความเข้าใจในอารมณ์ของตัวเราเอง
หนี้สินไม่เพียงแต่กระทบต่อบัญชีธนาคารของคุณเท่านั้น แต่ยังมีผลต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพจิตของคุณด้วย การศึกษาหนึ่งในปี 2021 พบว่าคนที่มีหนี้สินมากกว่า 300,000 บาทมีโอกาสประสบปัญหาสุขภาพจิตสูงกว่าคนที่ไม่มีหนี้ถึง 40% (ตามข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข) ซึ่งผลกระทบนี้เกิดจากความวิตกกังวล ความเครียด และความกดดันที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน
หลายคนอาจไม่ทราบว่าอาการซึมเศร้า วิตกกังวล และความเครียดต่างๆ สามารถเกิดจากปัญหาหนี้สินได้ อาจเกิดขึ้นจากการที่คุณรู้สึกละอายใจเมื่อมีหนี้ หรือลุกขึ้นมาทุกเช้าพร้อมกับความรู้สึกไม่สบายใจเกี่ยวกับการจ่ายหนี้ที่ค้างอยู่
มีลูกค้าในโครงการช่วยเหลือหนี้คนหนึ่ง ซึ่งเขาเล่าว่า “ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในหลุมดำ เมื่อมีหนี้สินทุกอย่างที่ฉันทำดูเหมือนจะไม่เป็นประโยชน์เลย” คำพูดนี้ทำให้เห็นถึงความเจ็บปวดทางอารมณ์ที่สัมพันธ์กับหนี้สิน การแสดงออกถึงความรู้สึกดังกล่าวสามารถช่วยให้เข้าใจว่าความเจ็บปวดทางอารมณ์สามารถมีผลกระทบต่อการตัดสินใจทางการเงินของเราได้อย่างไร
มีการศึกษาในปี 2019 ที่แสดงให้เห็นว่าผู้ที่มีปัญหาหนี้สินมักประสบปัญหาสุขภาพจิตที่ไม่ดี ทำให้พวกเขาไม่สามารถจัดการหนี้สินได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การที่บางคนตัดสินใจที่จะละเลยการชำระหนี้เพราะความวิตกกังวลที่รุนแรง ทำให้สถานการณ์หนี้สินของพวกเขาย่ำแย่ลงไปอีก
การเข้าใจถึงสภาพอารมณ์ที่ส่งผลต่อการจัดการหนี้สินถือเป็นขั้นตอนแรกในการสร้างความตระหนักรู้ โดยพยายามตรวจสอบว่าอารมณ์ในช่วงเวลาที่เกิดปัญหาหนี้คืออะไร เช่น ความเครียดจากการทำงาน หรือความวิตกกังวลจากสถานการณ์ทางการเงิน
การดูแลสุขภาพจิตควบคู่ไปกับการจัดการหนี้สินเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นเราจึงแนะนำให้คุณลองใช้เทคนิคเหล่านี้:
หากคุณรู้สึกว่าตนเองไม่สามารถจัดการหนี้สินได้เพียงลำพัง การหาความช่วยเหลือเป็นทางเลือกที่ดี โดยเฉพาะถ้าคุณมีความรู้สึกวิตกกังวลมากเกินไป มีบริการช่วยเหลือด้านการเงินที่สามารถช่วยให้คุณจัดการหนี้สินและสุขภาพจิตได้เช่นกัน
ตัวอย่างเช่น มีองค์กรที่ช่วยเหลือคนที่มีหนี้ เช่น “โครงการช่วยชำระหนี้ของรัฐบาล” หรือติดต่อบริษัทปรึกษาทางการเงินเพื่อขอคำแนะนำได้เช่นกัน
การจัดการหนี้ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายและบางครั้งสุขภาพจิตก็สามารถทำให้เรามองเห็นทางออกได้ยาก ในการทำให้สถานการณ์ดีขึ้น เราต้องเริ่มจากการเข้าใจถึงอารมณ์ของเรา เรียนรู้ที่จะจัดการกับความเครียด ลดความวิตกกังวล และหาความช่วยเหลือเมื่อจำเป็น
ด้วยกลยุทธ์หลายๆ ประการในการจัดการทั้งหนี้สินและสุขภาพจิต เมื่อคุณเข้าใจถึงอารมณ์ของตัวเองมากขึ้น การจัดการหนี้ก็จะไม่ใช่เรื่องที่เกินเอื้อม
ในขณะที่คุณอยู่ในระหว่างการเดินทางเพื่อจัดการหนี้สินและควบคุมสุขภาพจิต คุณอาจจะตั้งเป้าหมายระยะยาว เช่น การสร้างประหยัดเพื่อไม่ให้ต้องมีหนี้ในอนาคต หรือการปรับปรุงพฤติกรรมการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่ก็อย่าลืมว่ามันคือการเดินทางที่สำคัญ ไม่ต้องรีบวางใจและให้เวลาแก่ตัวเองในการเรียนรู้และเติบโต
ถ้าคุณรู้สึกหดหู่เกี่ยวกับหนี้สิน สู้ภัยใจอาจจะนานพอ สมองของเราเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และการใส่ใจสุขภาพจิตคือสิ่งที่เราทุกคนต้องทำเพื่อให้ชีวิตมีความสุขและสมดุล